​​​ กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๑๔๘

 

              “ดอกบัวเมืองไทย แบ่งง่าย ๆ ออกเป็น ๓ เหล่า คือ
              ๑) บัวหลวง จุดเด่นคือ ก้านชูสูงเหนือน้ำและมีหนาม สีขาวเรียกว่า ปุณฑริกา สีแดง เรียกว่า ปัทมา
              ๒) บัวสาย สีขาว เรียกว่า กมุท หรือโกมุท สีแดง เรียกว่า สัตตบุษย์ หรือสัตตบรรณ
              ๓) บัวผัน บัวเผื่อน ดอกค่อนข้างเล็ก สายเล็ก ๆ สีม่วงน้ำเงิน เรียกว่า นิลุบล หรือนิโลตบล สีเหลือง เรียกว่า จงกลนี
              พันธุ์บัวที่เหลือในปัจจุบัน เป็นบัวลูกผสมหรือบัวต่างประเทศทั้งนั้น ถ้าอยากรู้จักบัวให้มาก ๆ ให้ไปที่ปางอุบล ของอาจารย์เสริมลาภวสุวัต ท่านเป็นด็อกเตอร์ทางบัวโดยเฉพาะ”
*************************

      ถาม :  ถ้าติดอยู่ในนิวรณ์เบื้องต้น รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ทำอย่างไรจะเบรกให้ชะงัดเลยคะ ?
      ตอบ :  อันดับแรก สมาธิต้องทรงตัวจริง ๆ ถ้าหากสมาธิทรงตัว ยิ่งได้ระดับฌานสี่ ก็ยิ่งเบรกได้อยู่หมัดเลย
      ถาม :  ถ้าหากยังฟุ้งอยู่ล่ะคะ ?
      ตอบ :  ถ้าากว่ายังฟุ้งอยู่ โอกาสเบรกไม่มีหรอก เขาลากเราไปทุกที
      ถาม :  ไม่อยากถลำลึกค่ะ ?
      ตอบ :  รีบ ๆ ไปฝึกสมาธิ ให้เป็นอัปปนาสมาธิ ตั้งแต่ปฐมฌานขึ้นไป แล้วอย่าให้หลุด ก็จะเบรกได้ แต่ถ้าจะเอามั่นคง ต้องเป็นฌานสี่แบบคล่องตัว ถ้าเราได้ฌานสี่แบบคล่องตัวนี่เป็นพื้นฐานของพระอนาคามีเลย ถ้าขึ้นถึงอนาคามีเมื่อไรก็ไม่ต้องเบรกแล้ว เลิกกันไปเลย
      ถาม :  ยากค่ะ ?
      ตอบ :  ไม่ยากหรอก ลองดู ขอให้ทำจริง ๆ เถอะ ให้นึกว่า ขนาดชั่วเรายังชั่วมาด้วยความตั้งอกตั้งใจ แล้วถ้าเราลองดีด้วยความตั้งอกตั้งใจดูบ้าง เคยตั้งใจชั่วมาแล้วก็ตั้งใจดีบ้าง
*************************

              “พระปิดตารุ่นนี้มีอยู่หลายองค์ที่เนื้อเกิน ถ้าเจอเนื้อเกินอย่าไปแกะออกนะ ถือว่าดี อะไรที่งอก ที่เกินมา โบราณเขาถือว่าเป็นมงคลทั้งนั้น เนื้อเกินนั้นเกิดจากว่า เวลาเขาฉีดแบบด้วยขึ้ผึง แล้วขี้ผึ้งล้น เกินไปเท่าไรเนื้อก็จะยื่นมาเท่านั้น บางองค์ก็เป็นเม็ดกลม ๆ เหมือนกับพระธาตุงอก บางองค์ก็อาจจะมีก้านขึ้นมาหน่อยหนึ่ง ถ้าใครเจอถือว่าโชคดีมาก ๆ เก็บไว้ให้ดี ๆ”
*************************

              “ไว้ไว้เลยนะ เรื่องทำน้ำมนต์แล้วออกเป็นหวย อาตมาไม่ได้มีเจตนาแม้แต่ครั้งเดียว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเอง บังคับไม่ได้
              ครั้งที่ชัดที่สุดก็คือ ไปตั้งศาลที่อุดรธานี ทำน้ำมนต์ไปเรื่อย แล้วน้ำตาเทียนก็ไหลยืดออกไปเหมือนกับตัวเลข แล้วลื่นปรู๊ดไปอยู่ที่ขอบขันเรียกตัวเลขให้เสร็จสรรพสามตัว ปราฎว่าพวกที่ไปด้วยกัน ๗-๘ คน ไม่มีใครเล่นสักคน พอเอามาเล่าให้ที่นี่ฟัง แม่ทองดี (เจ้าของบ้านอนุสาวรีย์ฯ) ถูกไปสองหมื่น...!
              ฉะนั้น...เรื่องนี้ไม่ได้เจตนา จะถูกจะผิดห้ามมาโทษกัน เขาเป็นของเขาเอง”
*************************

              “สมเด็จองค์ปฐมรุ่นแรก หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านสั่งสร้างสามหมื่นองค์ พอถึงวันพุทธาภิเษก ช่างเพิ่งจะทำได้แค่สามพันองค์ เพราะเวลาถอดแบบ แล้วซุ้มมักจะหัก ลองนึกดู คนไปงานเป็นแสน ๆ แต่มีพระแค่สามพันองค์ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ? อาตมาเองบูชาไว้ ๑๐๐​ องค์ แต่ไม่เหลือเลยสักองค์ พอพุทธาภิเษกเสร็จก็รีบเก็บใส่ย่าม ดันมีคนเห็น ...!
              ตอนที่ไปยืนจำหน่ายอีก ๒,๙๐๐ องค์ ปรากฎว่า สารวัตรทหาร ๕ นาย เอาไม่อยู่ คนซื้อดันจนเคาน์เตอร์พัง ลุยเข้าไปข้างใน หลวงพี่วิรัข (พระปลัดวิรัช โอภาโส) ผ้าผ่อนกะรุ่งกะริ่งเลย ไม่ต้องห่วง รับรองจ่ายเงินทุกคน แต่เขาขอคว้าพระไว้ก่อน...!
              ที่ชอกช้ำที่สุดมีอยู่รายหนึ่ง ก็คือ ลูกศิษย์หลวงพี่สามารถ เอาสมเด็จองค์ปฐมแขวนไว้หน้ารถ คนมาเห็นเข้า จัดการทุบกระจก นิมนต์พระไป จ่ายค่ากระจกพร้อมกับค่าพระไว้ให้สองพัน เขาเองเงินวางไว้ให้ในรถเลย อะไรจะศรัทธาจนขาดสติขนาดนั้น...!
              สมเด็จองค์ปฐมรุ่นแรกพอสร้างแล้วมีกริ่ง คนไปเขย่ากันใหญ่ ไม่รู้เป็นอะไรกัน รู้ว่ามีกริ่ง แต่ก็ยังจะเขย่า อยากฟัง
              พอรุ่นสองหลวงพ่อท่านก็เลยไม่ให้บรรจุกริ่ง ท่านบอกว่า ทำลักษณะนั้นเป็นการปรามาสพระรัตนตรัย”
*************************

      ถาม :  ข้อห้ามของการรับยันต์เกราะเพชรมีสองข้อ คือห้ามลักขโมยกับห้ามดื่มสุรา ที่ทำงานเขาให้ไปซื้อกระเช้า แล้วมีของแถมมา แต่คนไปซื้อเอาของแถมไว้เอง อันนี้ผิดถึงขั้นลักทรัพย์ไหมคะ ?
      ตอบ :  ทำไมไม่ให้เขาไปเลย
      ถาม :  ก็คนซื้ออยากได้
      ตอบ :  ก็บอกเขาไปสิ ว่ามีของแถมมา เราขอของแถมนะ คุณเอากระเช้าไปก็แล้วกันจะได้พ้น ๆ ไปเลย ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจแบบนี้
      ถาม :  ถ้าไม่บอกเข้าข่ายลักทรัพย์ไหมคะ ?
      ตอบ :  เขาต้องการกระเช้า เราหากระเช้าใหเ้ขาได้ ก็แปลว่า เขาได้ไปตามวัตถุประสงค์แล้ว เพียงแต่ว่าอย่าไปทำอะไรที่หมิ่นเหม่ต่อการศีลขาดอย่างนี้อีก
*************************

      ถาม :  วัตถุมงคลที่ได้จากครูอาจารย์องค์อื่น แล้วเอาไปเข้าพิธีอื่นอีกเป็นการปรามาสไหมคะ ?
      ตอบ :  ไม่ได้ปรามาสหรอก เพียงแต่ว่าขาดความมั่นใจ บางทีก็อยู่ที่กำลังใจของเราว่า ยังไม่มั่นคงต่อพระรัตนตรัย ทำให้เข้าถึงธรรมช้า
      ถาม :  เวลาเราถวายพระพุทธรูป สมเด็จองค์ปฐม สมเด็จองค์ปัจจุบันพระแก้วมรกต แต่ละองค์อานิสงส์แตกต่างกันหรือเปล่าครับ ?
      ตอบ :  ที่เขาถวายพระ เขาต้องการอย่างเดียว คือ อานิสงส์การสร้างพระ ในเมื่อต้องการอานิสงส์การสร้างพระ คุณจะวถายพระพุทธรูปแบบไหน องค์ไหน ก็ได้อานิสงส์การสร้างพระเหมือนกัน
              คราวนี้สำคัญตรงที่ว่าใหญ่หรือเล็กเท่านั้น ถ้าหากว่าสร้างพระใหญ่ก็ได้อานิสงส์มาก ตรงนี้จริงหรือไม่ ? ...ก็ไม่แน่ว่าจะจริงนะ ถ้าคนสร้างพระองค์เล็ก ๆ แต่สร้างบ่อย กับคนสร้างองค์ใหญ่ครั้งเดียว คนสร้างบ่อย ๆ ก็อานิสงส์เยอะกว่า
*************************

      ถาม :  ตอนนี้มีเศรษฐีจะตั้งโรงงานหลอมแก้วให้ แต่เขาติดเรื่องเสื้อแดงเสียก่อน ?
      ตอบ :  ปล่อยให้เป็นไปตามวาระ คือ จะได้หรือไม่ได้ก็แล้วแต่ อย่าไปตั้งความหวัง เพราะว่าถ้าเราได้มาก็เหนื่อย ในเรื่องของธรรมะนั้นแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือ ถ้าเราอยากมักจะไม่ได้ ตัดความอยกาได้เมื่อไรก็จะมา
              เพราะฉะนั้น....เราต้องวางกำลังใจให้เป็นไปตามเหตุการณ์เฉพาะหน้า ถ้าหากสมควรอย่างไรที่จะต้องทำ ก็ขอให้เป็นไปตามอย่างที่เขาบอกมา ถ้าหากไม่สมควร เขาจะไม่ทำให้ ก็เรื่องของเขา ไม่อย่างนั้นเราจะเครียดเปล่า ๆ
      ถาม :  ช่วงนี้เป็นช่วงหาคน ซึ่งเหนื่อย ถ้าเหตุการณ์เสื้อแดงทำให้บ้านเมืองไม่ปกติ จนเศรษฐีไม่ตั้งโรงงานให้ ผมจะได้หยุดหาเสียที เพราะเหนื่อยเหมือนกัน เพราะอาจารย์ว่ามีโอกาสไหมครับ ?
      ตอบ :  มีโอกาสที่จะเหนื่อย บุคคลประเภทอย่างพวกเรานั้นสบายไม่ได้หรอก สถานการณ์จะบังคับให้เป็นเอง
*************************

      ถาม :  ผู้ที่ได้ครอบครูวิชาเป่ายันต์เกราะเพชร มีผู้หญิงไหมคะ ?
      ตอบ :  ไม่มี
      ถาม :  แล้วจะมีคนสามารถขอครูบาอาจารย์เป่ายันต์เกราะเพชรให้กับบุคคลใกล้ตัวได้ไหมคะ ?
      ตอบ :  ไม่มีใครเขาทำกันอย่างนั้นหรอก เพราะต้องทำเพื่อเป็นการสงเคราะห์ส่วนรวม และห้ามรับทำนอกสถานที่ อยู่วัดไหนต้องำทวัดนั้นนี่เป็นกติกาเลย
      ถาม :  ต้องเป็นวันเสาร์ห้าด้วย ?
      ตอบ :  ใช่…ถ้าผิดไปจากนั้น ก็แปลว่าเป็นยันต์เกราะเพชรของเรา ไม่ใช่ของเรา
      ถาม :  วันเสาร์ห้าที่ทำพิธี ถ้าไม่ได้รับยันต์ตอนสิบโมงกับบ่ายโมง เขาสามารถที่จะใช้พลังของเขาดึงยันต์ไว้ แล้วให้คนอื่นรับเลยเวลานั้นได้ไหมคะ ?
      ตอบ :  พระพุทธเจ้าท่าานตรงไปตรงมา เวลาไหนคือเวลานั้น ใครจะไปสามารถหยุดพระพุทธเจ้าเอาไว้ได้ ? จะเก่งเกินมนุษย์ไปแล้ว...!
*************************

      ถาม :  พวกกุมาร เป็นเทวดาหรือผีคะ ?
      ตอบ :  อยู่ที่คนเชิญ ถ้าคนเชิญ...อัญเชิญเทวดาได้ ก็ได้เทวดามา ถ้าอัญเชิญเทวดาไม่ได้ ก็ได้พวกเปรต อสุรกาย สัมภเวสีมา
      ถาม :  ถ้าเขาอัญเชิญเทวดาได้ เทวดาก็มีความเป็นทิพย์ใช่ไหมคะ ?
      ตอบ :  มี
      ถาม :  สามารถไปไหนมาไหนก็ได้ ไม่ต้องเกาะติดอยู่กับที่ ?
      ตอบ :  ไม่ต้อง ท่านมีหน้าที่แค่รักษา ใครปฏิบัติตามกติกา ท่านก็สงเคราะห์ให้ตามวาระบุญวาระกรรม
      ถาม :  แต่คนนั้นเขาเชื่อ เขามีปัญญา ทำไมเขาไม่สงสัยเลย ?
      ตอบ :  ปล่อยเขาไป
      ถาม :  ทำไมเขาไม่สงสัย​?
      ตอบ :  ก็เขาไม่สงสัย บางทีก็ถูกกรรมบัง เขาเรียกว่าเรื่องโง่ ๆ ล่ะก็ฉลาดนัก
      ถาม :  แล้วจะทำอะไรที่พอจะช่วยเขาได้บ้าง ?
      ตอบ :  ไม่ต้องหรอก ปล่อยเขาไป
      ถาม :  ให้ผ่านจุดนี้ไปได้ด้วยตัวเอง ?
      ตอบ :  อยากจะบอกว่า คนเราฉลาดเฉพาะบางเรื่อง เหตุการณ์บางอย่างควรจะคิดกลับไม่คิด ประเภทคงต้องผ่านบทเรียนอีกหลายยก
      ถาม :  เราไปฝืนเขาไม่ได้ใช่ไหมคะ ?
      ตอบ :  มีหน้าที่พูดให้เขาฟัง ส่วนเขาจะฟังหรือไม่ฟังเป็นเรื่องของเรา แต่ว่าอย่าไปกวนใจเขามาก เพราะว่าผู้ชายส่วนใหญ๋เขามีทิฐิเป็นของตัวเอง ทำให้ไม่รับฟังใคร คิดว่าตัวเองเจ๋งที่สุด
              ถ้ามีโอากสลองถาม ๆ เขาดู ว่าลักษณะอย่างนี้เป็นไปได้ไหม เตือนแบบปรึกษาเขาก็ได้ หากเขาเฉลียวใจคิด แต่ถ้าเขายังคิดไม่ได้ ก็ต้องปล่อยเขา เพราะเป็นวาระของกรรม
      ถาม :  ถ้าหนูท้อใจไปเสียก่อน ก็จะยิ่งไม่มีคนบอกเขา ?
      ตอบ :  เชื่อเถอะว่าคนเราสร้างบารมีมา จะดีจะชั่วท้ายสุดก็เอาตัวรอดได้ ต่อให้ไม่มีเรา เขาก็อยู่ได้ อย่าไปคิดในลักษณะว่า ถ้าไม่มีเรา แล้วเขาจะแย่ อย่างบุญของเขาเป็นผู้ชาย คนเป็นผู้ชายการเอาตัวรอดง่ายกว่าผู้หญิงตั้งเยอะ ไม่ต้องไปกังวล
      ถาม :  ถ้าหากว่าหนักมาก ๆ ก็ไม่อยากจะอยู่กับเขา ?
      ตอบ :  วาระกรรมที่เนื่องกันมา ต้องใช้คำว่าตั้งแต่รู้จักเขามาจนป่านนี้ มีเวลาที่เรามีความสุขไหม ? เราอยู่ในสภาพนี้เหมือนกับว่า แม้นมีทางไปก็ไม่คิดจะไป ก็เลยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราเอง
              ไปตำหนิเขาไม่ได้หรอก เพราะบางอย่างก็เป็นวาระกรรมของเขา กว่าจะคิดได้บางทีก็หลายปี ฉะนั้น...เป็นทั้งกรรมของเขาและกรรมของเราด้วย
              เราลองย้อนกลับไปคิดดูว่า ตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ มีเวลาที่มีความสุขจริง ๆ ไหม ? ก็ไม่มี แต่ว่าในลักษณะนี้เรายังยอมทนต่อไป ถ้าในสายตาของคนทั่ว ๆ ไปจะบอกได้ว่า ของเราเองวาระกรรมก็พาให้ต้องเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
      ถาม :  ใช้น้ำมนต์โสฬสหรือพระขรรค์โสฬส จะช่วยให้เขาหายเร็วขึ้นไหมคะ ?
      ตอบ :  เขาไม่ได้โดนผีเข้า จะได้ไปแก้ไขลักษณะอย่างนั้น
              นั่นเกิดจากความศรัทธาแต่ว่าขาดปัญญาประกอบ ตัวศรัทธาไม่ได้แก้ไขด้วยน้ำมนต์หรือน้ำมัน ต้องแก้ไขด้วยการเพิ่มปัญญาให้เขา ถึงได้บอกว่า หาโอกาสชวนเขาคุย
      ถาม :  อยู่กับอาจารย์เขามาหลายปี ก็เลยคิดว่าเขารับพานครูหรือเปล่า ?
      ตอบ :  ปล่อยเขา ไม่ต้องไปเดือดร้อนกับเขา เครียดไปเปล่า ๆ กลายเป็นโรคเป็นภัยขึ้นมาจะลำบาก ดูแลสุขภาพตัวเองดีกว่า ไม่ต้องไปห่วงไปสนใจเขา ถึงเวลามาอยู่ตรงหน้า มีอะไรที่ทำแล้วรู้สึกดีก็ทำให้เขา ถ้าเป็นส่วนอื่นก็ไม่ต้องไปรับรู้ ทำแบบนี้เราก็จะสบายใจ
*************************

      ถาม :  ตะกรุดของหลวงพ่อจง ที่ท่านทำ ๑๖ ดอก มีอยู่ ๒ ดอกที่ไม่เข้าใจว่ามีคุณด้านไหน ก็คือ กระทู้เจ็ดแบก กับมหารูดวาระสุดท้าย ?
      ตอบ :  กระทู้เจ็ดแบก เป็นด้านอยู่ยงคงกระพัน ส่วนมหารูดวาระสุดท้ายเอาไว้หนี เขาบอกว่าถ้าจะหนีให้รูดไปข้างหลัง คนอื่นจะวิ่งไล่ไม่ทัน
      ถาม :  รบกวนพระอาจารย์ช่วยตรวจดูพระเครื่องให้ ?
      ตอบ :  อาตมาตรวจให้ใครไม่ได้มาหลายปีแล้ว กำลังใจของเราถ้ายึดเกาะพระจริง ๆ พระทุกองค์มีอานุภาพหมด ถ้าหากว่าเสียเวลาไปตรวจดู อย่างนั้นแสดงว่ากำลังใจไม่มั่นคง ใช้วัตถุมงคลอะไรก็ไม่มีประโยชน์
*************************

              “มีคนบอกว่า หลวงปู่ดูลย์สร้างวัด หลวงปู่สร้างโบสถ์ หลวงปู่สร้างศาลา คงได้บุญมหาศาล หลวงปู่ท่านก็หัวเราะบอกว่า ถ้าอยากได้บุญ ใครเขาจะมาเอาบุญตรงนี้กัน
              เพราะบุญประเภทนี้ยังเป็นบุญที่ต้องเกิด บุญอย่างหลวงปู่เป็นบุญที่ไม่เกิดแล้ว บุญที่ไม่เกิดแล้วก็ต้องเข้าหาเรื่องของโลกุตรธรรม เน้นในเรื่องของมรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ ทำได้ก็ทำให้จบเลย
              ฉะนั้น ถ้าพวกเรารู้สึกว่าน่าจะจบได้ก็ไปเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจว่า “เดี๋ยว...รอหลวงพ่อก่อน...” ไม่ต้อง...ไปเลย ขืนรอหลวงพ่อก่อน หันมาอีกทีไม่รู้ว่าใครรอใครกันแน่”
*************************

              “ต้นตำรับเทคนิคการสอนคือพระพุทธเจ้า พระองค์ท่านมีอุปกรณ์การสอนเยอะแยะ ยกตัวอย่างกรณี พระนางเขมาเถรี พระนางเขมาเถรีเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ๆ พระนางเป็นมเหสีของพระเจ้าพิมพิสาร ไม่กล้าไปหาพระพุทธเจ้า เพราะได้ยินว่าพระพุทธเจ้าตำหนิเรื่องความงาม แต่ความจริงท่านเข้าใจผิด คนฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับเอาไปกระเดียด
              พระเจ้าพิมพิสารก็เลยให้บรรดาข้าราชบริพาร บรรดานักขับร้องต่าง ๆ แต่งเพลงพรรณาว่าเวฬุวันมีความงามอย่างไร พระนางได้ยินจึงอยากเสด็จไป คิดว่าในเมื่อเราไม่เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แอบย่อง ๆ ไปดูก็พอ
              พอพระนางไปถึ งเห็นผู้หญิงที่นั่งพัดอยู่ข้าง ๆ พระพุทธเจ้า สวยงามมาก สวยกว่าตนเองอีก มนุษย์หัวแถวจะสู้นางฟ้าหางแถวได้ไหมเล่า ? พอพระนางเขมาเถรีเห็นดังนั้น จึงคิดว่า ใครบอกว่าพระพุทธเจ้าตำหนิความงาม ผู้หญิงสวยขนาดนี้ยังอยู่ได้เลย พระนางก็เลยอยู่บ้าง ตั้งใจฟังเทศน์
              พระพุทธเจ้าเทศน์เรื่องของร่างกาย เกิดขึ้นในเบื้องต้น เปลี่ยนแปลงไปในท่ามกลาง สลายไปในที่สุด ผู้หญิงที่สวย ๆ ก็ค่อย ๆ แก่ขึ้น หลังโกง ผมหงอก หนังเหี่ยว ล้มลงแล้วก็ตายตรงนั้นเลย ตายแล้วก็ขึ้นอืด น้ำเหลืองไหลโทรมเลย พระนางก็เลยสลดใจ คนสวยขนาดนั้นยังเป็นได้ขนาดนี้ แล้วเราจะเหลือหรือ ? ท่านก็เลยกลายเป็นพระอริยเจ้า ดังนั้น...ถ้าจะเอาเรื่องอุปกรณ์การสอน พระพุทธเจ้าท่านมีเพียบ อย่างสมัยนี้ต้องเสียเวลาไปทำพาวเวอร์พอยท์ แต่พระพุทธเจ้ามีทั้งภาพทั้งเสียงครบ”
*************************

              “คนสวยจริง ๆ ต้องเป็นพระนางสิริมหามายา นอกจากประกอบด้วยเบญจกัลยาณียังมีอิตถีลักษณะที่เหมาะสมกับการเป็นพุทธมารดาอีก ๖๔ ประการ
              ถ้าใครอยากเห็นว่าสวยขนาดไหน ต้องรอไปเกิดสมัยพระศรีอาริย์ ท่านสุดยอดมากเลย อธิษฐานขอเป็นพุทธมารดา ๖ พระองค์ ก็เลยเป็นพุทธมารดาของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน และพระศรีอาริย์ด้วย ไม่อย่างนั้น ตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปเทศน์โปรดแล้ว ทำไมท่านจึงได้แค่พระโสดาบัน เพราะท่านต้องลงมาเกิดใหม่อีก ฉะนั้น...ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกต้องเอาในพระไตรปิฎก”
*************************