|
เส้นทางพระโพธิสัตว์
พระโพธิสัตว์ คือ ผู้ตั้งความปรารถนาจะบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ใดพระองค์หนึ่งในกาลข้างหน้า ระหว่างการเวียนว่ายตายเกิดเพื่อสร้างบารมี ท่านทั้งหลายเหล่านั้นจะถูกเรียกว่าพระโพธิสัตว์...
จริยาของพระโพธิสัตว์ คือ เป็นผู้เสียสละในทุกรูปแบบ ยอมทนทุกข์ทุกประการเพื่อความสุขของผู้อื่น ถึงขนาดสละเลือดเนื้อและชีวิต ก็ยินดีและเต็มใจ จะตัดแขนตัดขา เชือดเนื้อตัวเองก็สละได้ จุดหมายคือเพื่อบรรลุพระโพธิญาณ จะได้ขนถ่ายสัตว์โลกข้ามวัฏฏสงสาร...
เมื่อเกิดมาในโลก ไม่ว่าจะเป็นคนหรือเป็นสัตว์ก็ตาม ท่านทั้งหลายเหล่านี้มักจะเป็นผู้นำเสมอ จะนำหมู่คณะสร้างสมบารมี ด้วยการสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ เป็นที่ประจักษ์ตาทั้งด้านรูปธรรมนามธรรม เป็นที่กล่าวขวัญเลื่องลือไปตราบนานเท่านาน...
ประเทศพม่าเป็นดินแดนพระพุทธศาสนา มีปูชนียสถานและปูชนียวัตถุสำคัญอยู่มากมาย จนอาตมากล้าลงความเห็นว่า ดินแดนแห่งลุ่มน้ำอิระวดีของมหาอาณาจักรพุกามนั้น เป็นดินแดนของบรรดาพระโพธิสัตว์ที่เกิดมาเพื่อสร้างบารมีโดยแท้...
แม้จะเข้าประเทศพม่าปีละหลายครั้ง แต่ทุกครั้งอาตมาต่างรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านเก่าที่คุ้นเคย ครั้งนี้ก็เช่นกันที่อาตมาได้นัดหมาย ท่านนาวิน (พระนาวิน สจฺจญาโณ) พระสหายผู้เป็นเจ้าอาวาส วัดหนองบัว ให้เป็นผู้นำทางไปนมัสการปูชนียสถาน และปูชนียวัตถุสำคัญ ในประเทศพม่าอีกครั้งหนึ่ง...
ครั้งนี้มีผู้ติดตามคือ ท่านชา (พระปรีชา จิรนาโค) ท่านป๊อป (พระกิตติพงษ์ ปญฺญาสาโร) ท่านตู่ (พระชาญชัย จารุธมฺโม) และ ทิดจิตร (จิตติพัฒน์ เอี่ยมโอด) รวม ๕ รูป กับ อีก ๑ คน...
*************************
ท่านนาวินไปรับอาตมาที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเกาะพระฤๅษี อาตมามอบชุดเครื่องเสียงราคาหลายหมื่นบาทให้ท่านไปใช้ที่วัดหนองบัว พร้อมเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายหลัง และข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ อีกมาก เรียกว่ามาครั้งใดก็ขนจนเบื่อไปเอง...
 ยึดกุฏิเจ้าอาวาสวัดตองไวเป็นที่พัก
ฉันเพลแล้วเสี่ยแสง (แสงชัย เพชรชื่นสกุล) ขับคุณทัดเทพ พาหนะคันเก่งของศูนย์ นำพวกเราไปหาซื้อข้าวของจำเป็นในตลาดทองผาภูมิ จากนั้นไปรับทิดจิตรที่บ้าน ตรงไปยังด่านเจดีย์สามองค์ ทำหนังสือขอผ่านแดน...
พม่าเพิ่งยกกองทัพประชิดชายแดนเพื่อกวาดล้างกะเหรี่ยง จึงมีการเข้มงวดในการขอผ่านด่านมากขึ้น แต่ก็ไม่นับว่าเป็นปัญหา พวกเรามาที่ตลาดสินค้าปลอดภาษีก่อน เพื่อแลกเงินพม่า และหาซื้อรองเท้าแบบพม่ามาเปลี่ยนคู่เก่าของตน...
อาตมาซื้อลูกประคำไม้ประดู่ ๒,๐๐๐ พวง จากร้านเจ้าประจำ ทำเอากระเป๋าเบาโหวงไปเลย และรวบรวมเงินจากทุกคนมาแลกเป็นเงินพม่า อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ ๑ บ./ ๙.๒๐ จั๊ต แต่ของเราแลกเป็นจำนวนมากได้ ๙.๒๕ จั๊ต / ๑ บาท...ส่วนรองเท้าไม่มีขนาดที่พอจะใส่ได้...
เสร็จแล้วไปพักที่วัดตองไว ท่านอาจารย์สุมังคะละต้อนรับด้วยความยินดี ให้คณะของเราพักที่กุฏิเจ้าอาวาส ซึ่งท่านยกให้ทั้งหลัง อาตมาช่วยเหลือวัดตองไวมาหลายปี มาถึงทีไรอยู่สบายฉันสบายทุกที...
ทุกคนลงขันสำหรับงานนี้คนละ ๕๐,๐๐๐ จั๊ต เพื่อเป็นค่าพาหนะ ค่าอาหาร ค่าที่พัก ฯลฯ โดยให้อาตมาเป็นผู้ถือเงิน ท่านอังกุระ พระสหายอีกรูปบอกว่า พม่าออกธนบัตรใบละพันจั๊ตแล้ว แต่ยังมาไม่ถึงที่นี่ ทุกคนจึงพกเงินย่ามโป่งไปตาม ๆ กัน...
บนเขาหลังวัดมีการสร้างเจดีย์โดยท่านนันทะมาลา ซึ่งมาทำแบบไม่บอกไม่กล่าวเจ้าถิ่นเลย เปิดเครื่องเสียงดังลั่นไปหมด อาตมาฟังดูก็เพลินดี ขณะที่ท่านนาวินออกไปทำใบอนุญาตเข้าเมืองชั้นในของพม่า และติดต่อรถที่จะเป็นพาหนะของเรา...
อาตมาไปสรงน้ำ มีโยมวัดคอยซักผ้าอาบให้ เป็นพระเถระก็สบายแบบนี้เอง กลับขึ้นกุฏิ ท่านวิสาระกำลังสอนภาษาพม่าให้ท่านป๊อปกับท่านตู่ ใช้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาพม่า ฟังรู้บ้างไม่รู้บ้าง ฮากันกลิ้งเมื่อออกเสียงผิด...
นายรินเจ้าของรถชาวบ้านสองแคว ตามท่านนาวินมาตกลงเรื่องค่ารถ ขอสี่พันบาท ต่อรองสามพันเขาไม่ยอม เปลี่ยนเป็นสามหมื่นจั๊ต พ่อเจ้าประคุณขอไปปรึกษาทางบ้านดูก่อน ถ้ากลับมาแปลว่าไม่ตกลง ถ้าไม่มาคือพรุ่งนี้ไปด้วยกัน...
ท่านชาถวายเงินช่วยทำบุญระหว่างการเดินทาง ๑,๐๖๕ จั๊ต ส่วนอาตมาควักค่าฟิล์มจากท่านตู่มา ๑,๐๐๐ จั๊ต คำนวณค่ารถ - ค่าอาหาร แล้ว ถ้าไป ๒๐ วัน จะพอแบบเฉียดฉิว คิดแล้วเสียวไส้ ถ้าฉุกเฉินขึ้นมา ท่านนาวินเดือดร้อนแน่...
สวดมนต์ทำวัตรเย็น อุทิศส่วนกุศลเรียบร้อยแล้วมีพระไทย ชื่อท่านโต้ย มาคุยด้วย ท่านบรรเลงน้ำไหลไฟดับ แต่ค่อนข้างจะเพ้อเจ้อ พยายามจะขอพ่วงไปกับคณะของเราด้วย อาตมาต้องบอกความจริงว่า ถ้าไปด้วยต้องพร้อมติดคุก ท่านเลยเปิดแน่บ..!
*************************
ลุกเข้าห้องน้ำตอนตีสองครึ่ง อากาศเย็นกำลังดี ที่เกาะพระฤๅษี วันมา ๑๑ องศาเซลเซียสเข้าไปแล้ว กลับมาภาวนาจนครบชุด คนอื่นยังไม่กระดิกกระเดี้ยเลย อาตมาฉวยโอกาสไปสรงน้ำ หลวงตาโซหม่องพระเจ้าถิ่นทำท่าจะหนาวตายแทน..!
กลับมาสวดมนต์-ไหว้พระเรียบร้อยพอดีเขาตื่นกันครบ คุยกันเรื่องกำหนดการเดินทาง พอได้อรุณก็พากันไปฉันน้ำร้อนที่ศาลา รอจนพระเณรกลับจากบิณฑบาตก็เตรียมฉันเช้า ท่านอังกุระ มหาเปรียญจากสำนักมหากันตะยงคอยบริการ...
จะเป็นแกงเป็นผักน้ำพริกอะไรมันอร่อยไปหมด ใครว่าพระปฏิบัติลิ้นตะเข้ อย่าไปเชื่อเชียว ยิ่งความรู้สึกละเอียดเท่าไร ประสาทรับรสยิ่งลึกซึ้งเท่านั้น เพียงแต่เราต้องไม่เอาใจไปปรุงแต่งให้มันอยาก จนเป็นโทษแก่ตนเท่านั้น...
 (จากซ้าไปขวา) ท่านป๊อป ท่านตู่ อาตมา ท่านปัญญาทีปะ ครูบาน้อย ที่นั่งอยู่คือท่านชา
ฉันเสร็จครู่เดียวนายรินก็มารับ เอารถค่อนข้างใหม่สำหรับพม่ามาเลยทีเดียว นับว่าบุญของคณะเราค่อนข้างดี ขนของขึ้นแล้ว ท่านปัญญาทีปะพระเถระจากเมืองปีเมี้ยว (แปร) มาขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แถมเอาธงฉัพพรรณรังสีมาติดให้ เป็นเครื่องหมายว่าเป็นรถของพระ ร่ำลากันเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทาง...
มารอพระอีก ๓ รูปจากวัดเสาร้อยต้นในตลาด แม่ของนายรินขอเก็บค่ารถรวดเดียวหมด เล่นประกันความเสี่ยงแบบนี้ ถ้าเกิดปัญหา เดินทางไม่ถึงที่หมาย อาตมาจะไปทวงคืนกับใครกันละจ๊ะ คราวก่อนมางานกฐินวัดหนองบัว ก็เสียท่านายท้ายเรือมาทีหนึ่งแล้ว...
 ปั๊ม PTT ของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยในพม่า
พระสามรูปท่านมาช้ามาก เล่นเอาท่านนาวินชักจะหงุดหงิด แถมจะมานั่งข้างหน้าซะอีก แต่พอเห็นคณะของเราเข้าไปอัดกันอยู่ ๕ รูป ก็ยอมไปนั่งตากแดดท้ายรถแต่โดยดี ให้มันรู้ซะบ้างซิว่าไผเป็นไผ ฮิ..ฮิ..!
กว่าจะจัดคนจัดของเข้าที่ กว่าจะออกรถได้ก็ ๐๙.๓๐ น. แวะด่านตรวจคนเข้าเมือง แจ้งจำนวนคน สถานที่ที่จะไป และกำหนดเวลาโดยประมาณ ทิดจิตรเห็นเวลาใกล้เพลเข้ามาทุกที เลยซื้อขนมมาประเคนพระซะก่อน กลัวว่าเลยเพลแล้วพระจะอดนะซิ..!
มาเติมน้ำมันเต็มถังที่ปั๊มป.ต.ท.ปั๊มเดียวในพม่า เจอราคาเมืองไทยเข้าไปด้วย จุกหน่อยนะนายรินนะ..มาผ่านด่านตรวจด่านแรก นายตรวจเห็นอาตมานั่งยืดเต็มที่ เลยอ้อมหนีไปถามท่านนาวินแทน โธ่..เจ้านาย แค่นี้ก็ต้องเกรงใจกันด้วย..!
ลุยฝุ่นกันละคราวนี้ นายรินเปิดเครื่องปรับอากาศในรถ อาตมา ท่านนาวิน ท่านชา ถึงกับมองหน้ากัน เพราะพวกเราเคยกินฝุ่นกันมาจนอิ่มทั้งนั้น ท่านป๊อปกับท่านตู่เขาทำบุญด้วยอะไรกันหนอ ? มาพม่าครั้งแรกก็สบายแบบนี้...
ผ่านบ้านยูวาติ๊ด บ้านจงกุย บ้านจอปุลุ มาจนถึงชองโส่งที่เป็นชุมทางขนส่งทางเรือ ปรากฏว่าตอนนี้แล้งจนเรือวิ่งไม่ได้ จากชุมทางที่คึกคักพลุกพล่านด้วยผู้คนและสินค้า เกือบจะกลายเป็นบ้านร้างไปแล้ว จะเหมือนเดิมอีกทีก็ต้องรอหน้าฝนโน่น...
จ่ายค่าผ่านทาง ๑๕๐ บาท แล้ววิ่งผ่านเจดีย์ไจ๊ตา ขึ้นเขาไปตามทางคดเคี้ยวสูงชัน นายรินบีบแตรไปตลอดทาง ขนาดนั้นยังเกือบจ๊ะเอ๋กับรถที่สวนมาถึงสองครั้ง กว่าจะลงมาถึงด่านมอญที่อยู่อีกฟากหนึ่ง...
 ด่านบ้านชองโส่ง ในสภาพเกือบจะร้าง
 ด่านมอญ บ้านปงกะตา
นายด่านหยุดงานไปกินข้าว พวกเราปรึกษากันว่า ถ้าฉันเพลจะเสียเวลามาก พระจากวัดเสาร้อยต้นทั้งสามรูปก็เห็นด้วย จึงรอนายด่านกันเฉยๆ ทิดจิตรไปซื้อยำถั่วที่เรียกว่า ละแพ็ด มาให้ท่านป๊อปกับท่านตู่ลองชิมรสชาติดู...
นายด่านมาแล้ว แต่โชเฟอร์ของเราหายหัวไปดื้อๆ กว่าจะควานเจอ โน่น..ไปนั่งกินข้าวอยู่คนเดียว ปล่อยให้พระนั่งกลืนน้ำลาย เจริญนะพ่อคุณ...ไม่ถูกนายด่านเตะก็บุญแล้ว...เซ็นใบผ่านเสร็จนายรินก็พาพวกเราตะบึงเข้าป่าต่อไป...
ทางฝุ่นคดเคี้ยวซอกซอนไปในป่าเขา นานๆ จะมีเกวียนสวนมาสักที ผ่านบ้านอาปะลงที่เคยร้าง ตอนนี้มีบ้านคนแล้ว มาถึงบ้านแมสะลีที่เคยมีค่ายทหารอยู่ ไม่ทราบว่าปีนี้ย้ายค่ายไปไหน ข้ามห้วยครั้งแล้วครั้งเล่า ทางป่ามักไปกับน้ำเช่นนี้เสมอ...
กำลังลุยมาตามห้วยเก่าเพลินๆ มีหินก้อนเบ้อเริ่มวางขวางทางอยู่ นายรินขับอ้อมกำลังจะผ่าน ท่านนาวินตาไวรีบบอกให้หยุด บนตลิ่งทหารกะเหรี่ยงเจ้าเก่าพร้อมอาวุธเพียบ รายหนึ่งเงื้อระเบิดเตรียมขว้างอยู่แล้ว..!
นายรินเผ่นลงจากรถแทบไม่ทัน รีบเข้าไปสอบถามความต้องการ พ่อเล่นจะบอมบ์กันแบบนี้ใครจะไม่ตกใจ ทุกทีมันมาโบกเรียก ครั้งนี้ดันเล่นบ้าๆ เอาหินวางขวาง ขืนอ้อมผ่านไปถ้าไม่พรุนเป็นรังผึ้งก็คงแหลกทั้งคัน..!
พักเดียวโชเฟอร์ก็ยิ้มแย้มแจ่มใสกลับมา บอกว่าหัวหน้าทหารชุดนี้เคยคบหาสนิทกันมาสมัยตัดไม้ขาย เลยไม่ต้องเสียเงิน เขาแค่ขอบุหรี่สูบแค่นั้น พูดอย่างกับว่าถ้าเขาเอาเงินแล้วเอ็งจะมีให้อย่างนั้นแหละ...
ค่ารถถูกแม่ยึดไว้ที่บ้าน ค่าน้ำมันเล่นซ่อนซะทั่วรถ ในช่องเก็บของบ้าง ในซอกที่บังแดดบ้าง ในแผงฟิวส์บ้าง ถ้าไม่ใช่เพื่อนเอ็ง แล้วมันจะเอาให้ได้แบบคนอื่น มีหวังพระคงต้องหมดตัวแทนเอ็งแน่ๆ บักว่อกเอ๊ย..!
ผ่านบ้านเลโพไปไม่นาน มีรถจอหนังกำลังกว้านซุงขึ้น ขวางทางอยู่นานกว่าจะหลบให้ ลงห้วยคราวนี้ทางขึ้นเละมาก ขึ้นตรงๆ แล้วติดถึง ๓ ครั้ง จนต้องอ้อมหาทางขึ้นใหม่ ข้างทางมีพวกชาวเกวียนหยุดพักหุงข้าวกันเป็นระยะไป...
ตากแดดลุยฝุ่นมาจนถึงบ้านตองซุน ค่ายทหารย้ายมาตั้งอยู่ที่นี่เอง เซ็นใบผ่านแล้วลุยยาวต่อไป ผ่านบ้านคงคาน บ้านตำมะยา เจอขบวนรถเกาะกลุ่มกันสวนมาเกือบ ๒๐ คัน พวกเขาเห็นเรามาเดี่ยวทำท่าประหลาดใจมาก...
จอดหลบให้เขาผ่านไปก่อน มามากๆ แบบนี้ทหารกะเหรี่ยงก็ยิ้มเท่านั้น พวกเรามาเดี่ยวซ้ำเป็นพระแทบทั้งคัน อย่างไรมันยังเกรงใจผ้าเหลืองบ้าง พวกคุณเล่นเกาะขบวนมาเป็นเหยื่อชิ้นมหึมาแบบนี้ อย่าหวังเลยว่าจะรอด..!
หมดขบวนพวกเราออกเดินทางต่อ เพิ่งพ้นหมู่บ้านมา ก็เจออีกสามคันควบมาฝุ่นตลบ ตามพรรคพวกไม่ทันเลยเหยียบซะมิด เดี๋ยวไม่โดนไถแบบเดียวกัน จะหาว่าทอดทิ้งเพื่อนฝูง..!
ทิดจิตรกับพระวัดเสาร้อยต้นขาวว่อกเป็นคนเผือกไปทั้งหัวหูหน้าตา เมื่อมาถึงบ้านอะนังกวีน ทหารกำลังเปลี่ยนกำลังพล เกลื่อนไปทั้งสองข้างทาง นายรินพารถตรงไปยังจุดตรวจ กำชับไม่ให้ใครลง กลัวทหารสงสัย ขออภัย...ฉี่จะราดอยู่แล้ว สงสัยก็สงสัยไปเถอะ..!
 รถจอหนังกำลังเอาซุงขึ้น จึงขวางทางเราอยู่
 สวนหมากในระหว่างทาง ขุมทองของคนพม่า
เสร็จธุระส่วนตัวก็ออกรถ บรรลัยละซิ..! ดันมาตามหลังรถบรรทุกทหารทั้งขบวน พวกเขาค่อยๆ ไปเพราะกลัวกะเหรี่ยงซุ่มโจมตี พวกเราแซงก็ไม่ได้ เคยมีคนแซงถูกยิงพรุนทั้งคันมาแล้ว เขากลัวจะไปส่งข่าวให้กะเหรี่ยง ซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง..!
กินฝุ่นอ่วมอรทัยเป็นชั่วโมงแล้วมาติดแหง็กอยู่ทั้งขบวน นั่งรอจนเบื่อ พอดีเห็นพระเดินสวนมา เฮ้... ท่านจันทิมานี่นา...คุณมาทำอะไรที่นี่ ? พระสหายจากวัดตองไวยกมือวันทายิ้มกว้างขวาง บอกว่ามาคุมรถเมล์วิ่ง ข้างหน้ามีรถหกล้อเพลาหลุด เลยพากันติดทั้งขบวน...
ทางการพม่าอนุญาตให้วัดที่มีรถ เอาวิ่งรับส่งคนได้วัดละคัน เพื่อจะได้มีรายได้เข้าวัด เมื่อเป็นรถของวัดก็ธรรมดาที่พระท่านต้องคุมเอง คุยกันได้ไม่นานรถเริ่มไปต่อได้ ที่แท้ทหารเขาระดมพลยกรถออกไปชิดข้างทาง เพื่อจะได้เดินทางได้สะดวกขึ้น...
เที่ยวนี้นั่งรถติดแอร์ เลยไม่ทราบว่าฝุ่นอร่อยเหมือนเดิมหรือเปล่า ข้างทางยังคงมีด่านบุญเป็นระยะ อาตมาควักเงินที่แลกไว้สำหรับทำบุญใส่ดะไปเลย เสียดายที่เห็นคุณยายคนหนึ่งซึ่งกำลังกวาดภูเขาทั้งลูก เพื่อทำความสะอาดทางขึ้นเจดีย์ช้าไป ไม่อย่างนั้นจะให้รางวัลความดีของท่านซักร้อยจั๊ต..!
เรื่อยๆ มาเรียงๆ นกบินเฉียงไปทั้งหมู่ พวกเราสบาย แต่ข้างหลังอิ่มฝุ่นสนิททั้งที่ไม่ได้ฉันเพล ดังนั้น พอบังโคลนรถทหารหลุดจนต้องจอดรอทั้งขบวนอีกครั้ง พระวัดเสาร้อยต้นก็ตบะแตก เดินส่ายอาดๆ ไปว้าก จนทหารยืนงงเปิดตำรารับไม่ทัน..!
แผ่เมตตาได้ผลช้า เจอรังสีอำมหิตเข้ากลับได้ผลทันใจ ยี.เอ็ม.ซี. ทหารชิดขวาให้เราแซงไปได้ นายรินเหยียบแหลกชนิดฝุ่นตลบยาวเป็นก.ม. มาถึงด่านเยตะกุนบ่ายสี่โมงพอดี ตะวันรอนเกือบลับเหลี่ยมเขา เมื่อเราผ่านด่านไปแล้ว...
ชดเชยเวลาที่เสียไปด้วยการขับเหมือนกำลังแข่งแรลลี่ ทหารป่าจุดสุดท้ายโบกมือเรียก แต่เมื่อเห็นรถไม่ยอมเบาแถมมีแต่พระทั้งคัน ก็ถอยหลบให้แต่โดยดี พาหนะของเราทิ้งโค้งทางฝุ่นขึ้นทางลาดยางแคบๆ แทบจะยกล้อ..!
ผู้คนเริ่มพลุกพล่าน รถม้า เกวียน จักรยาน ขวักไขว่ นายรินบีบแตรสนั่นไปตลอดทาง ผ่านบ้านแวกะลิข้ามทางรถไฟเข้าเมืองตันบวยเซียท ด่านสุดท้ายตรวจสอบจำนวนคนดูว่าตรงกับใบอนุญาตหรือไม่ แล้วปล่อยผ่านแต่โดยดี...
พระวัดเสาร้อยต้นลงเพื่อต่อรถไปเอง นายรินจ่ายค่ารถให้ ถ้าไปส่งท่านมันจะไม่ทัน เลี้ยวขวาตรงหอนาฬิกามาเจอด่านใหม่ล่าสุด มันเล่นเปิดกระเป๋าค้นทีละใบ เจอยาในกระเป๋าทิดจิตร คราวนี้เป็นเรื่องทันที..!
ยานี้ชีชื่น (อุบาสิกาบุญชื่น ศรีสองแคว) จัดมาให้ บอกว่ากลัวหลวงพ่อ (คืออาตมา) เจ็บไข้แล้วจะไม่มีใช้ อาตมาบอกทิดจิตรแต่แรกแล้วว่า อะไรที่ไม่จำเป็นไม่ต้องเอามา ทิดจิตรรับคำสั่งป้า (ชีชื่น) แล้วไม่กล้าขัด ติดมาจนได้เรื่อง...
ไม่กี่วันก่อนทหารพม่าเพิ่งจับคนไทยขนยาบ้าได้ มาเจอยาแก้แพ้เป็นขวดก็คิดว่าใช่ ท่านนาวินต้องลงไปจามพลางสั่งน้ำมูกพลาง บอกว่าเป็นยาแก้หวัดมันถึงยอมเชื่อ และขอแบ่งใช้บ้าง เพราะกำลังเป็นหวัดเหมือนกัน...
หลุดมาได้นายรินเหยียบแข่งกับความมืด มาถึงเมืองมุด่งเข้าไต้เข้าไฟพอดี เลี้ยวหลบด่านทหารไปหลังตลาด ฝากเทียนพรรษาไว้ที่บ้านน้องชายท่านอาจารย์สุมังคะละ ทิดจิตรลงที่นี่จะไปค้างบ้านลุงตองยี นัดเจอกันพรุ่งนี้ แล้วพวกเราเดินทางต่อ...
พาหนะคันเก่งโลดตะบึงข้ามเขาเจ็ดโค้ง ตรงไปยังบ้านสองแคว ผ่านหมู่บ้านและผู้คนไปบ้านแล้วบ้านเล่า มาถึงริมแม่น้ำอัตทรานเมื่อหกโมงครึ่ง ฟ้ามืดสนิทแล้ว (เวลาพม่าช้ากว่าไทยครึ่งช.ม.) นายรินไปบอกญาติให้เอาเรือไปส่ง ค่าเรือ ๑,๒๐๐ จั๊ต นายรินช่วยจ่ายให้ ๒๐๐ จั๊ต...
 ท่าเรือบ้านสองแคว ริมฝั่งแม่น้ำอัตทรานในยามค่ำ
เรือหางยาวฝ่าความมืดไปตามลำน้ำ บนพุ่มไม้ชายฝั่งมีฝูงหิ่งห้อยเกาะกลุ่มกันแพรวพราว กระพริบไฟติดดับพร้อมๆ กัน ดูสวยงามจับใจ ลมแม่น้ำหนาวยะเยือกจนมือเท้าชา ประมาณ ๓๐ นาทีก็มาถึงวัดหนองบัวของท่านนาวิน...
เทียบท่าไม่ได้เพราะติดแพพระอุปคุตที่เดินทางมาถึง เสียงชาวบ้านจัดเจริญพระพุทธมนต์ฉลองพระอุปคุตดังทั่วคุ้งน้ำ พวกเราต้องเข้าเทียบท่าโรงเรียน ขนของขึ้นวัด ท่านนาวินตีเกราะบอกญาติโยมว่ากลับมาแล้ว และไปติดเครื่องปั่นไฟ...
ชาวบ้านทยอยกันมา ที่นึกไม่ถึงคือครูบาญาณ พระอาจารย์ใหญ่ แห่งเมืองจะอีน มาเป็นประธานงานบุญด้วย พวกเรากราบปฏิสันถารแล้ว ท่านไล่ให้ไปนอน เพราะเดินทางเหนื่อยมาทั้งวัน ทุกรูปทำตามบัญชาด้วยความเต็มใจ...
บรรดาชาวบ้านมารุมดูรูปถ่ายเมื่องานกฐินกันอย่างคึกคัก ผู้ใหญ่องไลขนน้ำอัดลมมาเลี้ยง ปลุกพระลุกจากที่นอนมารับประเคนกันเลยทีเดียว อาตมานอนให้หลวงตาเย็น (พระเย็น สุขกาโม) พระลูกวัดของท่านนาวินห่มผ้าและกางมุ้งให้แบบขอฉลองศรัทธาให้เต็มที่...
*************************
|