เส้นทางพระโพธิสัตว์(ต่อ)


            ทางขึ้นอย่างเดียวนี่หนาวเท่าหนาวก็เหงื่อซึมหลัง ถึงองค์พระบรมธาตุอินทร์แขวน แดดเช้ากำลังงาม สวดอิติปิโสถวายบูชา ๓ จบ สรงน้ำหอมและปิดทองถวายเป็นพุทธบูชา จากนั้นหามุมถ่ายรูปให้ทุกคนเป็นที่ระลึก แล้วทิดจิตรพาไปเลี้ยงน้ำอัดลม...
            น้ำบนนี้ขวดละ ๗๐ จั๊ต ถึงแพงก็น่าเห็นใจ เพราะเจ้าของบอกว่า ค่าเช่าที่หนึ่งล้านหนึ่งแสนจั๊ตต่อ ๗ เดือน ถ้าพระมาพักคิดค่าอาหาร ๒๕๐ จั๊ตต่อรูปต่อมื้อ ที่พักฟรี ฉันน้ำเสร็จเดินลงมาถึงที่จอดรถเก้าโมงเช้า ต้องนั่งรอนักช็อปปิ้งอีกเป็นนาน มีเงินเป็นต้องช็อป ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเสียชื่อหมูสยาม..เอ๊ย..เสียชื่อคนไทยหมด..!


ทีมนักช็อปปิ้ง ณ. เชิงเขาพระบรมธาตุอินทร์แขวน


            เนื่องจากกำไรเวลาที่ตองยีกับอินเลไป ๒ วัน ทำให้พอมีเงินเหลือ อาตมาเฉลี่ยคืนให้ท่านละสองพัน พอมีเงินเป็นช็อปกันแหลก ท่านป๊อปถึงขนาดซื้อถุงปุ๋ยมาใส่ของต่างหาก กว่าจะรวมพลครบก็สายโด่งแล้ว...
            เจ้าหน้าที่และชาวบ้านเขาไม่ค่อยแยกพระแยกผู้หญิงหรอก จัดพระนั่งเบียดอยู่กลางกลุ่มสาวๆ อาตมากับท่านตู่หลบไปยืนต้านลมด้านหน้าพ้นไปได้ ท่านนาวิน ท่านชา ท่านป๊อป อยู่กลางกลุ่ม รถเบรกที กระชากที สาวๆ แทบจะขึ้นไปอยู่บนตักพระ..!
            ลงมาถึงเชิงเขาสิบโมงเศษ อาตมาซื้อผลไม้กวนแจกคนละกล่อง ได้สับปะรดกวนแถมมา ๑ ถุง ทิดจิตรอุ้มแตงโมใบมหึมา ราคา ๒๐๐ จั๊ตมา ๑ ผล ย้อนกลับมาฉันเพลที่ร้านยาดานา (รัตนา) ที่เราค้างเมื่อคืน...
            โซยุนท์ยังตาแดงเป็นนกกระปูด ส่วนตันอูอาบน้ำแต่งตัวซะหล่อเฟี้ยว ค่าอาหารทั้งสองโต๊ะ รวมอาหารเช้าของพลขับทั้งสอง ๒,๐๐๐ จั๊ต เขาลดให้สองร้อย แต่เจ้าหน้าที่เก็บค่าจอดรถไปสามร้อย บอกว่าจะจอดกี่คืนก็ได้ ไอ้เวลล์...ก็ตูจะไปแล้ว..!
            สรงน้ำกันก่อนให้สดชื่น เขาคิดคนละ ๑๕ จั๊ต ต้องเอาให้คุ้ม นั่งรถระบมมาเกือบยี่สิบชั่วโมง ได้น้ำเย็นๆ ค่อยฟื้นคืนชีพมาอีกหน แล้วให้ลุงขาวพาหัวสั่นหัวคลอนไปเมืองพะอาง เพื่อกราบหลวงปู่วินะยะ ยอดพระแห่งวัดเขาตามะยะ...
            อากาศร้อนแทบละลายเมื่อออกมาถึงทางแยกเมืองไจ๊โท เติมน้ำมันให้ลุงขาวอีก ๑๐ แกลลอน จากนั้นมุ่งมาทางเมาะตะมะ ถึงพระเจดีย์ชุยซายาน เมืองตะโทง เลี้ยวซ้ายมุ่งไปทางรัฐกะเหรี่ยง จ่ายค่าผ่านทาง ๘๕ จั๊ต นับว่าแพงทีเดียว...


บ่อน้ำร้อนบาเย็งยีน็อง(สองพระยา) เมืองพะอาง


ถ้าคุยว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเถียงได้เลย


วัดชุยยินเมียว ริมแม่น้ำสาละวิน เมืองพะอาง


            เลี้ยวซ้ายไปได้ ๑๐ ไมล์ เข้ารัฐกะเหรี่ยง ๒ ไมล์ต่อมาถึง บ่อน้ำร้อนบาเย็งยีน็อง (สองพระยา) มีถ้ำใหญ่แต่ไม่มีลิง อาบน้ำร้อนผ่อนคลายกันก่อน แล้วข้ามสะพานใหม่ จ่ายค่านักเลง ๑๓๐ จั๊ต ไปอีก ๓ ไมล์ ก็มาถึงเมืองพะอาง...
            แวะกราบพระมหามุนีจำลองที่วัดชุยยินเมียว (ชื่อเดียวกับที่กาสี) จากนั้นออกนอกเมืองมุ่งหน้าไปเขาตามะยะ ประมาณสี่โมงครึ่งก็เลี้ยวเข้าซุ้มประตูวัด ยังไม่ใช่ถึงเลย ต้องวิ่งไปอีกร่วม ๓ ไมล์ ตลอดทางมีแต่บ้านคนที่มาอาศัยหลวงพ่ออยู่เป็นพันครอบครัว...
            ถึงเชิงเขามีรถราที่พาญาติโยมมากราบหลวงพ่อกันมากมาย ผู้คนคึกคักไปหมด พบกับท่านวิสะยะที่พาท่านโต้ย (พระไทยที่จะมากับเรา ตั้งแต่ด่านเจดีย์สามองค์)มาด้วย...


หลวงพ่อวัดเขาตามะยะ ยอดพระโพธิสัตว์แห่งพม่า


            ท่านวิสะยะบอกว่าไปจนถึงเมืองแปรแล้ว แต่ท่านโต้ยถูกจับ และเขานิมนต์ให้กลับ เมื่อคืนก็ค้างอยู่ที่พระบรมธาตุอินทร์แขวน แต่อยู่ข้างบนจึงไม่ได้พบกับพวกเรา...
            เดินขึ้นเขาไปยังที่พัก บันไดชันลิบพอกับเขาบุปผา เขาจัดให้พระอาคันตุกะพักรวมกัน อาตมาเกิน ๑๐ พรรษา จึงต้องอยู่แถวแรก จัดการสรงน้ำ ซักผ้า แล้วลงมารอกราบหลวงพ่อที่ศาลาด้านล่าง หลวงพ่อเพิ่งกลับมาจากแม่สอดวันนี้พอดี...
            เจ้าหน้าที่จัดให้พระ เณร แม่ชีและญาติโยม นั่งแยกกันเป็นระเบียบ พระเจ้าหน้าที่จับไมโครโฟนปฏิสันถารกับญาติโยมอย่างอารมณ์ดี เรียกเสียงฮาได้เป็นระยะ อาตมาถืออาวุโส จองที่นั่งตรงด้านขวาหลวงพ่อแทบเอื้อมมือถึง...
            ญาติโยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนแน่นไปทั้งศาลา ถึงเวลา ๑๘.๔๕ น. หลวงพ่อก็ออกรับแขก เริ่มเทศน์โปรดญาติโยม ให้ตั้งมั่นในศีล สมาธิ ปัญญา และนำอธิษฐาน “นิพพานะ ปัจจโย โหตุ” ถึงสามวาระด้วยกัน จากนั้นใครมีอะไรให้ยกขึ้นมา หลวงพ่อจะเสกให้ แล้วจึงให้ทำบุญกันได้
            อาตมาร่วมทำบุญทุกอย่าง ๑,๐๐๐ จั๊ต แล้วหลบออกมา ถ่ายรูปหลวงพ่อไป ๑ รูป ตั้งใจจะถ่ายรูปตอนท่านนาวินกับท่านอื่นๆ ทำบุญกัน แต่หลวงพ่อท่านห้ามไว้เสียก่อน ถึงได้รู้ว่าที่นี่ห้ามถ่ายรูป..!
            ทำบุญแล้วลงมาข้างล่าง หลวงพ่ออายุ ๘๖ ปีแล้ว อย่าไปรบกวนท่านมาก มาดูของที่ขายก็ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ จึงซื้อแต่รูปหลวงพ่อไป รูปเดียว ๑๐๐ จั๊ต แล้วเดินขึ้นไปพักบนยอดเขา จัดการเคลียร์บัญชีรับจ่าย ประจำวันให้เรียบร้อย...


ญาติโยมพุทธบริษัทที่วัดเขาตามะยะ มากันมากอย่างนี้ทุกวัน


            ทางวัดนิมนต์ฉันเช้า ที่นี่ฉันมังสวิรัติ เห็นเขาต้มมะเขือยาว ๘ กระทะใบบัว ยังมีที่สับไว้อีกหลายเข่ง เขาบอกว่าต้องหุงข้าวเลี้ยงคนทีละ ๒๔๐ ปีบ แต่หลวงพ่อก็มีอาหารเลี้ยงเพียงพอทุกวัน สาธุ..!

*************************


            ทำอย่างไรพระ - เณร - ชี ใต้การปกครองของอาตมาถึงจะคล่องงานแบบนี้บ้างนะ พระฉันเสร็จทิ้งจานชามนับพันใบเอาไว้ ครู่เดียวเขาก็จัดล้างเก็บเรียบร้อย เตรียมสำรับชุดใหม่พร้อมสำหรับชีและญาติโยมได้กินกันต่ออีกแล้ว..!
            ไม่คล่องงานยังไม่ว่า พวกโง่แล้วอวดฉลาดนี่สิมาก ความรู้เท่ารอยเท้าโคคิดว่าเป็นมหาสมุทร วันนี้ทั้งท่านป๊อป ท่านตู่ จีวรหายทั้งคู่ อาตมาเก็บเรียบร้อย เขาดันประมาททิ้งข้ามคืน โดนอาบัติซะให้เข็ด..!
            หลังฉันเช้าโซเมียะซึ่งเคยบวชจำพรรษาอยู่ที่วัดท่าขนุน พาไปขอน้ำมันรักษาโรคของหลวงพ่อ แล้วให้ดูมะพร้าวที่ถวายบูชาพระไว้ มีตัว “ว” ของพม่าปรากฏอยู่ที่เปลือกทุกผล ...
            ตัว “ว” ย่อมาจาก “วะระโท โหตุ เม วะรัง” ความหมายคือ ความประเสริฐสูงสุดจงมีแก่ข้าพเจ้า เป็นหนึ่งใน ๔ อักษรยอดนิยมของ พม่า คือ จ. ธ. พ. ว. ถ้าเกิดขึ้นกับของธรรมชาติ เขาจะเก็บเอาไว้บูชา...
            ท่านโต้ยกับท่านวิสะยะแยกกลับก่อน คณะของเรารอทิดจิตรกินข้าวเช้าเสร็จจึงลงจากเขา มาปลุกโซยุนท์กับตันอูออกเดินทาง เกิดวุ่นๆ นิดหน่อยเพราะตันอูทำกระเป๋าเงินหาย ทิดจิตรเป็นคนหาเจอ บอกว่าบ่ายนี้ต้องเลี้ยงน้ำอัดลมนะเว้ย..!
            กราบลาหลวงพ่อ โซยุนท์คงดีใจที่ได้กลับบ้าน ควบลุงขาวอย่างรื่นเริง ซ้ำยังมีแก่ใจตะโกนแซวสาวๆ ข้างทางอีกแน่ะ.. ตอนแรกจะตรงไปทางมะละแหม่งเลย แต่สะพานยังสร้างไม่เสร็จ จึงต้องย้อนกลับทางเดิม...
            ถึงตัวเมืองพะอาง ยอดโชเฟอร์จอดร้านอาหารอย่างหรูเลย กะว่าพระคงเลี้ยงส่งกันเต็มที่ พอทราบว่าพวกเราฉันกันมาแล้ว ถึงกับออกอาการเฉา สั่งข้าวผัดมาโจ้กับตันอูสองคน หมดค่าอาหารไปแค่ ๑๒๐ จั๊ต...
            ข้ามสะพานใหม่ ขาออกมันเก็บแพงกว่าอีก เล่นซะ ๑๕๐ จั๊ต ประเภท ถ้าเอ็งคิดว่าแพงจะไม่ออกก็ได้ ถึงเมืองตะโทง เลี้ยวซ้ายไปทางเมาะตะมะ ถึงท่าแพ ๐๙.๑๕ น. รอแค่ ๑๕ นาที แพขนานยนต์ก็มาถึง...
            กว่าจะจัดรถลงแพ กว่าจะวิ่งถึงฝั่งมะละแหม่งก็เพลพอดี ค่าแพ ๓๕๐ จั๊ต ค่าผ่านทาง ๒๐ จั๊ต ไปจอดซื้อส้มชั่งละ ๓๐๐ จั๊ตมา ๔ ชั่ง จอดรถแป๊บเดียวถูกเก็บอีกยี่จุ๊ ประเทศนี้มันลูกอีช่างเก็บซะจริง..!
            ฉันเพลจ่ายไป ๑,๓๕๐ จั๊ต มาส่งทิดจิตรที่มุด่ง ฝากของไม่จำเป็นเอาไว้ที่นี่ นัดว่าจะไปร่วมงานบุญข้าวจี่ที่บ้านหนองบัว วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ค่อยพบกันที่นี่ ทิดจิตรจะทำบัตรประชาชนพม่า คงมีเวลาทำจนเสร็จ...
            ตรงมาทางสองแคว รับหลวงปู่ท่านหนึ่งที่อยู่วัดแถวตองกะเลไปด้วย หลวงปู่บอกว่า ๒ – ๓ วันที่ผ่านมา ทางย่างกุ้ง เมืองแปร พุกาม มัณฑะเลย์ มีการปะทะกันระหว่างพระกับตำรวจทหาร อีกแล้ว มิน่าล่ะ..ท่านโต้ยถึงได้ถูกส่งกลับ..!
            จ่ายค่ารถ บวกค่าน้ำมันเครื่องสองพันสองร้อย และสินน้ำใจอีกสองพัน จากนั้นพวกเราแยกทางลงเรือมาวัดหนองบัว เห็นแพพระอุปคุตยังจอดอยู่หน้าบ้านสองแคว แสดงว่าเจ้าภาพบ้านนี้เยอะมาก ตั้งครึ่งเดือน แล้วยังไม่ได้ไปไหนเลย..!
            ท่านนาวินพบกับพ่อของนายริน เขาบอกว่าวันที่ ๓๑ จะให้ลูกชายมารับ ถึงวัดบ่ายสองโมง หลวงตาเย็นกำลังหลับคร่อก... พวกเด็กๆ มาช่วยถูศาลากันใหญ่ พวกเราสรงน้ำซักผ้าแข่งกัน...
            แลกแบ๊งค์ย่อยในตู้เก็บเงินแจกเด็ก คนละ ๑๐ จั๊ต บรรดาไอ้หนูอีหนูทั้ง ๑๔ คน หยอดตู้ทำบุญกลับมาครบถ้วนทุกจั๊ต สาธุ...รู้จักทำบุญกันแต่ตัวน้อยๆ...ตอนเย็นทำวัตร ชาวบ้านได้ยินเสียง แห่มานิมนต์ให้อยู่ร่วมงานบุญข้าวจี่ วันขึ้น ๑๔ ค่ำนี้...

*************************